GHOST HUNTER – สมุดบันทึกของคนตาย (ตอนที่ 2 ชมรม)

กด Like เป็นสมาชิก ติดตามข่าวสาร กับทางเพจ

กดถูกใจบทความนี้ หรือแชร์ไปยัง Facebook


 
GHOST HUNTER – สมุดบันทึกของคนตาย (ตอนที่ 2 ชมรม)

ทีเซอร์หนัง

ทีเซอร์ Ghost Hunter – สมุดบันทึกของคนตายครบรอบ 3 ปี FeverGame มิวสิควิดีโอกับทีเซอร์หนัง Ghost Hunter – สมุดบันทึกของคนตายสร้างจาก นิยายที่เขียนโดย อัศวินhttp://www.fevergame.net/word/?p=3515

Posted by FeverGame – ข่าวสาร วาไรตี้ เกม บันเทิง on 9 ตุลาคม 2015



อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1 : ฆาตกรรม

ตอนที่ 2 : ชมรม

“วันนี้วันเปิดเรียนวันแรกนะ”

“ใช่ ทำไมเหรอ นายอัศวิน” เสียงถามเชิงเหน็บแหนมดังขึ้น

“มันไม่ใช่วันที่ต้องมีรายงานนะ มันเป็นวันให้เตรียมพร้อมกับการเรียนไม่ใช่เหรอ” วินครางเบาๆ กับหนังสือกองโตที่พวกเขาขนมาจากห้องสมุด

ทั้งคู่เลือกโต๊ะไม้หินอ่อนใต้ร่มสะเดาต้นใหญ่ เพราะชั่วโมงนี้ ห้องเรียนส่วนใหญ่มักจะทำกิจกรรมในห้อง ทำให้พวกเขามีที่เงียบๆพอที่จดรายละเอียดของรายงาน

“เอาน่า ไม่เห็นต้องเครียดเลย”

“แหงละอ้อม เธอไม่เคยเครียดกับอะไรอยู่แล้วนี่”เขาหยิบหนังสือภูมิศาสตร์มากางออก แต่ไม่ได้สนใจเนื้อหาในหน้ากระดาษเลย “แล้วไตรไปไหน”

“ไปลงทะเบียนชมรม ปีนี้เขาเป็นหัวหน้าชมรมแล้วนี่”

“เขาไม่ยอมแพ้เลยนะ”

“แหงละ น้องเขาตายไปคนหนึ่งแล้วนี่นา ถ้าเป็นฉันก็จะทำแบบเขา” อ้อมคว้าหนังสือมาจากมือของวิน ก่อนที่เขาจะทำน้ำหกใส่มัน “นายเลิกกินน้ำตอนที่หนังสือเปิดค้างอยู่ได้ไหม”

“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกือบยี่สิบปีแล้วนะ” วินพูดโดยไม่สนใจสายตาตัดพ้อของอ้อม ที่กำลังบรรจงเช็ดหยดน้ำออกจากปกหนังสือ “แม้แต่ตำรวจหรือพวกครูอาจารย์เองก็หาคำตอบไม่ได้เลย ว่าทำไมมีเด็กนักเรียนตายทุกๆปี แล้วพวกเราจะหาสาเหตุได้ยังไง ปีหน้าเราก็ออกจากโรงเรียนแล้วนี่”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงปีนี้ เราก็ต้องรับคนเข้าชมรมเพิ่ม”

“แหงละ ทั้งชมรมมีสี่คน” เขาหันซ้ายหันขวา เหมือนมองหาอะไรบางอย่าง

“หาอะไร”

“โน่นไง มาแล้ว” เขากำลังมองเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังเดินมาหาพวกเขา “อ้อม ถามไรอย่าง”

“ว่า”

“เธอว่า ปีนี้ใครจะต้องตาย”

“ฉันจะไปรู้ได้ไง” อ้อมเงยหน้าขึ้น เมื่อเพื่อนของเขาเดินมาถึงโต๊ะหินอ่อน “เป็นไง ชมรม”

“มานั่งทำไมตั้งไกล ทำไมไม่ไปทำที่ห้องสมุด” นั้นเป็นคำแรกเมื่อเขานั่งลง

“ตรงนี้แหละดีแล้ว ในนั้นคนเยอะ ไม่มีสมาธิ”

“นายต้องการสมาธิด้วยเหรอ” อ้อมเหน็บ แล้วหันมาทางไตร “ชมรมว่าไง”

“ตอนแรกอาจารย์จะให้เปลี่ยนชมรมใหม่ แต่ฉันบอกว่าชมรมนี้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร มันเป็นกิจกรรมยามว่างทั้งนั้น ไม่ได้กระทบกับการเรียนเลย”

“อืม.. กิจกรรมยามว่าง จดบันทึกข้อมูลคนตาย สืบประวัตินักเรียนที่ตาย และถ่ายรูปสถานที่ที่นักเรียนตาย วู้…กิจกรรมยามว่าง เป็นอะไรที่เยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยทำมา” วินพูดเชิงล้อเลียน

“แล้วเรื่องอะไรฉันต้องบอกกับพวกเขาละ ว่าพวกเราทำอะไรบ้าง ฉันก็แค่บอกไปว่ามันก็เหมือนชมรมถ่ายภาพทั่วไปเท่านั้น” ไตรพูด แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะเปิดดูสารบัญ

“ภาพทั่วไป อืม.. ปกติคนเราก็มักจะถ่ายภาพพวกนั้นไว้ดูเล่น”

“พอเหอะน่าวิน นายเลิกกระแหนะกระแหนชมรมเราสักที” อ้อมติ

“ก็มันน่าขำเท่านั้นนี่นา” วินแย้งเบาๆ แต่ก็ดูเหมือนจะยอมหยุด

“แต่ยังไงก็แล้วแต่ ชมรมโกสฮันเตอร์ก็ยังจะอยู่ต่อ” ไตรสรุป “ไหน ใครเจอข้อมูลทะเลแปซิฟิก เอามาให้ฉันหน่อย จะเพิ่มลงไปอีก ที่เรามีมันยังน้อยไป”

“อืม.. ฉันมี ทะเลแถวนั้นคลื่นลมแรง ทำให้ปลาแซลมอนแถวนั้นอร่อย เพราะได้ออกกำลังกายทุกวัน”

“อย่ามั่ว ไม่เกี่ยวสักหน่อย” อ้อมยืนหนังสือในมือเธอให้ไตร

วินไม่ได้ฟัง เพราะเขาฟุบหมอบลงกับตั้งหนังสือ

“ขอพักสายตาเดียวนะ”

“ทั้งปี”

เสียงเซ่งแซ่ดังขึ้น เมื่อนักเรียนทั้งหมดมารวมตัวที่หอประชุมใหญ่ กลุ่มนักเรียนต่างจับกลุ่มไปที่ชมรมโน่นทีนี้ที บางชมรมก็มีคนต่อแถวยาว เสียงพูดคุยดังไม่ได้ศัพท์เมื่อชมรมต่างๆ ก็พากันร้องเรียกคนให้มาสมัครเพิ่ม

“ว่าไงไตร เอาไงดี” วินหันมาถาม ทั้งคู่กำลังยืนมองนักเรียนกลุ่มหนึ่ง กำลังเซ็นชื่อเข้าชมรม ที่โต๊ะรับสมัครอ้อมนั่งคอยกำกับอยู่หน้าพวกเขา

“จะเอาไงละ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เลิกคุยกันได้แล้วพวกนาย” อ้อมหันมาติ

“พวกรุ่นพี่เคยสั่งไว้ไม่ใช่เหรอ ว่ามากคนก็มากความ” วินหันมากระซิบแทน

“ฉันรู้ ปีนี้คงต้องคัดคนเข้าชมรม”

“ครับ ผมก็เห็นด้วย”

“อ้าว แดนมาตั้งแต่เมื่อไร” ไตรหันไปถาม เมื่อจู่ๆรุ่นน้องก็มายืนข้างๆเขา

“เมื่อกี้ครับ ผมเอาการบ้านไปส่งมา ก็เลยมาช้าไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร มาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าจะเอายังไง”

“ผมว่านะ ต้องมีการทดสอบครับ” แดนเสนอขึ้นมา

“ยังไง”

“เราก็เอาของไปซ่อนไว้ แล้วให้พวกเขาหา ใครหาเจอก็ถือว่าผ่าน”

“แบบนั้นใครก็ทำได้ มันไม่เห็นจะเป็นการทดสอบตรงไหนเลย”

“ครับ แบบนั้นใครก็ทำได้ แต่ว่าถ้าเราซ่อนสิ่งของในโรงเรียนนี้ แล้วให้ทุกคนมาหา หลังจากที่พระอาทิตย์ตกแล้วละครับ” แดนยิ้มเมื่อทั้งสองเริ่มมีสีหน้าเข้าใจ

“เดี๋ยวนะ แล้วเรื่องขออนุญาตละ” วินหันมาถามไตร

“ชมรมเรา เคยทำอะไรให้พวกอาจารย์รู้ไหม”

“ปลอมใบขออนุญาตเหรอ” วินพูดขึ้น สีหน้ามีแววตื่นเต้น

“แดน นายนัดพวกที่มาสมัครไว้เลยนะ ว่าพรุ่งนี้เย็นเราจะมีการคัดเลือก ที่ไหนยังไง จะอธิบายอีกที แต่บอกให้เตรียมตัวไว้” ไตรหันมาสั่งกับรุ่นน้อง

“ครับพี่ไตร”

“ไม่เด็ดขาด” อ้อมพูด เมื่อวินและไตรเล่าเรื่องคัดคนเข้าชมรมให้ฟัง ในช่วงพักเที่ยงวันต่อมา

“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าเธอต้องพูดแบบนี้” วินบอกแล้วใช้ตะเกียบทิ่มลูกชิ้นในชามของเขาขึ้นมา

“เอาน่าอ้อม ถึงเธอไม่ยอม พวกเราก็ทำมาแล้ว” ไตรดึงกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

“ทำไมพวกนายไม่ไปปรึกษาอาจารย์ก่อน”

“เธอจะบ้ารึไง จำไม่ได้แล้วเหรอ ว่าชมรมเราเป็นชมรมถ่ายภาพธรรมดาเท่านั้น”วินท้วง

“ทำแบบนี้มันยิ่งจะเป็นที่เพ่งเล็งของพวกอาจารย์นะ ถ้าพวกเขารู้พวกเขาจะปิดชมรมเราแน่ๆ”

“เขาปิดชมรมเราแน่ไม่ต้องห่วง ถ้าเขารู้ว่าชมรมเราทำอะไรอยู่ สิ่งที่เราทำทั้งหมด มันยิ่งกว่าปลอมลายเซ็นหรือปลอมใบขออนุญาตนะ”

“แต่..” อ้อมก้มหน้าเหมือนจะใช้ความคิด เขี่ยข้าวในจานไปมา

“ไม่มีแต่หรอกอ้อม สิ่งที่เราทำมันก็ไม่ได้อันตรายนี่น่า นี่มันโรงเรียนนะ มันไม่มีอะไรอันตรายหรอก” ไตรพยายามกล่อมเธอ “เราอยู่โรงเรียนนี่มาตั้ง ห้าปีเลยนะ ทุกซอกทุกมุมเรารู้จักดี แค่มาหาของที่เราซ่อนไว้เท่านั้นเอง”

“ใช่ เรารู้ทุกซอกทุกมุม แต่เราไม่รู้ ว่าทำไมถึงยังมีเด็กนักเรียนตายทุกปี ไตรก็ก็รู้นี่ เด็กพวกนั้นตายเพราะจะมาโรงเรียนในตอนกลางคืน”

“ใช่ฉันรู้ เพราะไกรวิทย์ น้องชายของฉันเขาก็ตายเพราะจะมาโรงเรียนนี่ไง” ไตรผลักจานข้าวออกห่างตัว “บางทีฉันอาจจะได้รู้ก็ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา”

“นายกำลังพาพวกเขามาเสี่ยงนะไตร”

“แล้วถ้าพวกฉันไปขออนุญาตอาจารย์ได้ เธอจะยอมไหม” วินยื่นข้อเสนอ

“นายยังไม่เข้าใจรึไงวิน นายนี่มันดื้อจริงๆ ทั้งสองคนเลย”

“ฉันยอมรับ ว่าฉันดื้อ เพราะฉันไม่เห็นเลยว่ามันจะอันตรายตรงไหน อีกอย่างพวกเรามาเป็นกลุ่มนะ ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย”

“ว่าไงละอ้อม ถ้าฉันขออาจารย์ได้ เธอจะยอมไหม”

“ได้ ถ้าอาจารย์ยอม ฉันก็ยอม” อ้อมตกลง แต่สีหน้ายังคงไม่เห็นด้วย

“ไม่ได้” เสียงเฉียบขาดดังขึ้นจากอาจารย์ฝ่ายปกครอง แม้เธอจะดูเป็นหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดี แต่เธอก็ปฏิเสธคำขอร้องของไตรอย่างทันที

“อาจารย์ยังไม่ได้ฟังเหตุผลของพวกผมเลยนะ” ไตรรีบท้วงขึ้นมา

“เหตุผลอะไรละ พวกเธอไม่เห็นจำเป็นต้องมาถ่ายรูปที่โรงเรียนในตอนกลางคืน แค่เน้นว่าตอนกลางคืน ไม่ว่าจะที่ไหน ก็ไม่มีใครอนุญาตทั้งนั้น”

“แต่นี้เรามาถ่ายรูปที่โรงเรียนนะครับอาจารย์นาถ หรือจะมีใครปล่อยหมีปล่อยเสือมาทำร้ายเราเหรอครับ”

“อัศวิน” อาจารย์นฤนาถหันมาส่งสายตาดุๆเป็นการเตือน

“ขอโทษครับอาจารย์” วินรีบพูด สีหน้าเริ่มเจื่อนลง

“มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ เธอก็รู้ว่าทุกปีมีคนตาย ปีนี้ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง”

“อาจารย์ครับ”

“ไม่มีแต่ ไตรภพ ครูว่าพวกเธอรีบไปเข้าเรียนดีกว่า นี่มันใกล้จะหมดเวลาพักแล้ว”

ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องพักครูอย่างเสียไม่ได้ อ้อมนั่งอยู่ที่ระเบียง เมื่อเห็นพวกเขา เธอรีบลุกขึ้น ไตรส่ายหน้าก่อนที่เธอจะถามอะไรด้วยซ้ำ

“แล้วพวกนายจะทำยังไงต่อ” อ้อมถามเมื่อเดินลงมาจากอาคารแล้ว

“พวกเราไม่เปลี่ยนความคิดง่ายๆหรอกน่า เธอไม่ต้องห่วง” วินพูด

“พวกนายจะปลอมใบอนุญาตว่างั้น”

“มีทางเลือกอื่นรึไง ยังไงฉันก็ต้องคัดเลือกคนเข้าชมรมด้วยวิธีนี้อยู่ดี” ไตรหามาบอกเธอ ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

“พวกนายนี่มันดื้อจริงๆ” อ้อมพูดเหมือนครูกำลังดุเด็กนักเรียนซนๆ “นี่มันบ่ายแล้ว เอาไงละ ต้องโดดเรียนใช่ไหม”

“โดดเรียน ทำไม”

“แล้วพวกนายจะเอาเวลาไหน จัดการเอกสารละ ใบขออนุญาตตั้งสามสิบแผ่น ไหนจะของที่ต้องเอาไปซ่อนในจุดต่างๆ เขียนแผนที่ คำใบ้ อุปกรณ์พวกไฟฉาย ถ้าพวกนายไม่เตรียมตอนนี้ จะเอาเวลาไหนไปเตรียม พวกนายนัดกันเย็นนี้ไม่ใช่รึไง”

“เธอ ยอมช่วยพวกเราแล้วเหรอ” วินถามอย่างไม่เชื่อหู

“พวกเราอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้ว กี่เรื่องแล้วที่ฉันไม่เห็นด้วยกับพวกนายเลย”

“แต่เธอก็อยู่กับเราทั้งๆที่ไม่เห็นด้วย” วินพูดอย่างซาบซึ้ง

“แล้วครั้งนี้ฉันมีทางเลือกรึยังไง” เธอหันไปมองไตร

“ขอบใจเธอจริงๆ”

แดนโผล่มาหาพวกเขาที่ห้องเก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ในอีกสิบห้านาทีต่อมา เขาขนกล่องใส่ธงเล็กๆสีฟ้ามา พร้อมกับไฟฉายเล็กๆอีกหลายอัน

“ผมเอามาจากห้องเก็บของที่หอประชุม พวกนี้เขาไว้ใช้ตอนออกค่ายลุกเสือ เราเอามาใช้ก่อนคงไม่เป็นไร”

“นายพาน้องโดดเรียนด้วยเหรอไตร”

“เปล่าครับพี่อ้อม ผมเจอพี่วินที่ห้องน้ำ เขาเล่าให้ผมฟัง ผมก็เลยขอตามมาเองครับ”

“เอาน่า ไหนๆก็มาแล้ว เรามาทำแผนที่ดีกว่า” วินรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่ทุกคนก็เห็นด้วย และลงมือคิดคำใบ้ และเขียนแผนที่ในที่ต่างๆ ที่จะเอาธงไปซุกไว้

“ห้องสมุด มีแล้วใช่ไหม”

“ฉันเขียนอยู่”

“ห้องน้ำชายทางตึกวิทย์ละ”

“วิน คิดไม่ออกแล้วรึไง ห้องน้ำชายเนี่ยนะ”

“อืม.. แสดงว่ายังไม่มี งั้นฉันเขียนที่นี่นะ”

เวลายังคงผ่านไปอย่างเชื่องช้า นานๆทีจะได้ยินเสียงนาฬิกาของอ้อมส่งเสียงบอกว่าผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง และเมื่อพวกเขาได้ยินมันเป็นครั้งที่สาม พวกก็เงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ

“สี่โมงเย็นแล้ว พวกนายนัดกันไว้กี่โมง”

“หกโมงครึ่งครับ รอให้อาจารย์กลับบ้านกันก่อน ไม่งั้นมาจ๊ะเอ๋กันแน่ๆ”

“มีเวลาสองชั่วโมง เอาไงต่อ” อ้อมถาม

“แบ่งกันเอาธงไปซ่อน ระวังอย่าให้พวกอาจารย์จับได้ ไม่งั้นแผนแตก ห้าโมงเจอกันที่โรงรถหน้าโรงเรียน”

“อืม.. งั้นตกลงตามนี้ละกัน”

“งั้นแดนไปกับอ้อมนะ ฉันกับวินจะไปด้วยกัน อ้อม แดน อย่างลืมเอาใบขออนุญาตไปแจกพวกที่มาสมัครด้วย เธอจำหน้าได้ใช่ไหม อย่าให้แบบโจ่งแจ้งละ” ไตรแบ่งกลุ่ม พร้อมๆกับกำชับอ้อม

“รู้แล้วน่า ฉันฉลาดพอที่จะไม่ให้ใครรู้” เธอพูดเหนื่อยๆ เหมือนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่

“รีบไปเถอะ”

ไตรกับวินต่างเดินเลี่ยงอาจารย์ที่เดินมาทางระเบียง เขาหลบเข้าโน้นห้องนี่ เพื่อจะหลบเลี่ยงการเผชิญหน้า

“ตื่นเต้นดี” วินบอก หลังจากที่ต้องโผล่มาจากใต้ถุนอาคาร

“ตรงไหน”

“เอาน่าเดี๋ยวฉันขึ้นอาคาร เอาไปซ่อนในห้องสมุดเอง ส่วนนายไปซ่อนในห้องน้ำชายละกัน”

“นายเขียนแผนที่ที่ห้องน้ำชายนี่ นายเองไปซ่อนเองสิ”

“เอาน่า” วินบอก แล้วตบไหล่เขาเบาๆก่อนจะกระโดดขึ้นบันได เดินหายไปบนอาคาร

หลังจากเสียงพูดคุยในห้องเงียบลง ตามมาด้วยเสียงปิดประตู และลั่นกุญแจ เมื่อมองลอดผ่านใต้ประตู วินจึงค่อยๆย่องออกมาจากห้องเรียนข้างๆห้องสมุด

“ล็อก” วินเกาหัว พลางมองด้วยความหงุดหงิด “หน้าต่างก็ได้ว่ะ”

วินค่อยๆปีนออกมาจากหน้าต่างห้องเรียนที่เขาเคยซ่อนตัวอยู่ นอกหน้าต่างมีระเบียงแคบๆพอให้เดินได้ เขาค่อยๆย่องไปที่หน้าต่างห้องสมุด ก่อนจะคลำหน้าหน้าต่างบานที่ไม่ได้ล็อก

“เจอสักที” วินปีนผ่านหน้าต่าง และกระโดดลงมาข้างๆชั้นหนังสือ “เอาไง จะซ่อนตรงไหน”

ตุ้บ..

เสียงสิ่งของหนักหล่นลงพื้นด้านหลัง วินรีบหันหลังกลับไป

“ใครครับ” เสียงเขาถูกกลืนหายไปท่ามกลางชั้นหนังสือ เขาค่อยๆเดินดูตามชั้นหนังสือ แต่ก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่า และกลิ่นกระดาษเก่าๆของหนังสือ

“หูแว่วไปเหรอ” วินส่ายหัว แล้วเสียบธงไว้ที่แจกันพลูด่างกลางห้อง จู่ๆความรู้สึกและความคิดบางอย่างก็พุ่งเข้ามาหาเข้า มันเป็นภาพที่เลือนรางของใครสักคน

“สักวัน ฉันจะกลับมาเอาคืน” วินพูดเสียงดัง น้ำเสียงของเขากังวาน เหมือนปลุกอะไรบางอย่างในห้องนี้ให้ตื่น จู่ๆน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “ฉันจะกลับมา ฉันบอกไว้แล้วว่าฉันจะกลับมา”

“วิน นายอยู่ข้างในรึเปล่า” เสียงของไตรดังขึ้น ความคิดและความรู้สึกทั้งหมดถูกกระชากออกอย่างแรง

วินผงะเบาๆ พลางสับสนมึนงงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเขา

“วิน อยู่ไหม ตอบฉันด้วย”

“อยู่.. ฉันอยู่ข้างใน” วินตะโกนตอบ

“แล้วนายเข้าไปได้ไง ข้างนอกมันล็อกนะ”

“ปีนหน้าต่างเข้ามา กำลังจะออกไป นายรอตรงนั้นแหละ”

“นายเป็นอะไรรึเปล่า” ไตรถามวินเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงโรงรถ

“เปล่า ฉันรู้สึกเวียนหัว”

“เป็นอะไรเหรอ ใครเป็นอะไร” อ้อมถาม มองหน้าทั้งสองแบบขอคำตอบ

“ช่างมันเถอะ จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

“อืม… ห้าโมงครึ่ง ที่เหลือก็แค่รอให้พวกนั้นมา ส่วนเรื่องครูอาจารย์ไม่ต้องห่วง กลับกันหมดแล้ว” อ้อมบอกแล้วพิงเสาเหล็ก มองไปรอบๆโรงเรียน

“ไปกินข้าวกันก่อนแล้วกัน ค่อยมาใหม่” ไตรบอก แล้วจูงรถมอเตอร์ไซค์ของเขาออกมาจากโรงรถ

“ที่ปั้มน้ำมันละกัน ใกล้ดี”

“ว่าไงก็ว่าตามนั้น” วินพูด หลังจากเงียบมานาน

ดวงอาทิตย์สีแดงฉาน ใกล้จะลับขอบฟ้าไปทุกที แต่แสงยังคงส่องให้พอมองเห็น ในตอนนี้กลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่ต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยกัน ตามจุดต่างๆหน้าโรงเรียน

“เอาไงละ เรียกมารวมเลยไหม ขืนอยู่อย่างนี้ต่อไป รับรองเป็นจุดสนใจแน่นอน” วินหันมาปรึกษากับเพื่อนของเขา

“อืม… เห็นด้วย”

“งั้นผมจัดการให้” แดนอาสา เขาเดินไปที่กลุ่มนักเรียน สักครู่ ทั้งหมดก็มารวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียว

“วิธีการคัดเลือกชองชมรมเรา ง่ายๆเลย เราจะมีแผนที่ ในแต่ที่ไม่ซ้ำกัน ให้ไขปริศนาในแผนที่ แล้วไปเอาธงสีฟ้าแบบนี้” ไตรชูธงเล็กๆขึ้นมา “เท่านี้ ธงจะอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนเท่านั้น ตามอาคาร หรือไม่ก็ตามสนามต่างๆ”

“ขอโทษนะครับ”

“ว่าไง” ไตรอนุญาต เมื่อเห็นมือหนึ่งชูขึ้น

“แล้วเราไม่ต้องถ่ายรูปเหรอครับ ผมหมายถึงว่า ชมรมถ่ายรูป ไม่ถ่ายรูปเพื่อคัดคนเข้าชมรมเหรอครับ”

“เยี่ยม ถามได้ดี” วินพูด พร้อมกับตบมือ แต่แทบจะหยุดไปทันที เมื่ออ้อมส่งสายตามาให้

“ใช่ เราชมรมถ่ายรูป แต่บางที ถ้าพวกเธอเข้ามาในชมรม พวกเธอจะเข้าใจมากขึ้น ว่าชมรมมากกว่าถ่ายรูป เอาเป็นว่า ใครเอาธงกลับคืนมาได้ ก็จะได้อยู่ชมรมนี้” ไตรตอบคำถาม แต่กลุ่มนักเรียนก็ยังคงมีสีหน้าไม่เข้าใจอยู่ดี

“รับอุปกรณ์ดีกว่าครับ แล้วรีบทำภารกิจให้เสร็จดีกว่านะครับ”

นักเรียนกลุ่มใหญ่ ค่อยๆทยอยเดินเข้าไปในโรงเรียน ในช่วงที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดี

อ่านต่อ ตอนที่ 3 : เงาสะท้อนในกระจก


4,132 total views, 6 views today

เรื่องราวที่มีเนื้อหา ใกล้เคียงกัน (Related Posts)