GHOST HUNTER – สมุดบันทึกของคนตาย (ตอนที่ 3 เงาสะท้อนในกระจก)

กด Like เป็นสมาชิก ติดตามข่าวสาร กับทางเพจ

กดถูกใจบทความนี้ หรือแชร์ไปยัง Facebook


 
GHOST HUNTER – สมุดบันทึกของคนตาย (ตอนที่ 3 เงาสะท้อนในกระจก)

ทีเซอร์หนัง

ทีเซอร์ Ghost Hunter – สมุดบันทึกของคนตายครบรอบ 3 ปี FeverGame มิวสิควิดีโอกับทีเซอร์หนัง Ghost Hunter – สมุดบันทึกของคนตายสร้างจาก นิยายที่เขียนโดย อัศวินhttp://www.fevergame.net/word/?p=3515

Posted by FeverGame on 9 ตุลาคม 2015


อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1 : ฆาตกรรม

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 2 : ชมรม

ดวงจันทร์สีเหลืองนวลลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าา แทนที่ดวงอาทิตย์ที่ลับไป วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง มันทอประกายสวยงามเช่นเคย แต่แสงจากดวงจันทร์ถูกกลบด้วยแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่สว่างขึ้น ในขณะที่รถยนต์ แล่นผ่านไปผ่านมาตลอดเวลา เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ติดกับถนนที่มุ่งตรงเข้าสู่ตัวเมือง ไตรและคนอื่นๆกำลังนั่งอยู่บนขอนไม้ผุๆที่แดนกลิ้งมาให้

“วิน นายเป็นอะไรไปหรือเปล่า วันนี้นายดูแปลกๆนะ ตั้งแต่ออกมาจากห้องสมุดแล้ว” ไตรหันมาถามเมื่อวินนั่งเงียบ ไม่พูดไม่คุยเหมือนครั้งก่อนๆ

“เปล่า” วินส่ายหน้า “พวกนายเคยรู้สึกไหม ว่าจู่ๆก็มีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นกับตัวเอง”

“แบบไหน” อ้อมหันมาถาม

“แบบว่า จู่ๆนายก็รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเป็นอีกคน มีความคิดมีความรู้สึกเหมือนว่าเราได้เคยทำมันมาก่อน อะไรประมาณเนี่ย”

“ไม่เข้าใจ นายอธิบายใหม่สิ”

“ก็แบบว่า นายไม่เคยอ่านหนังสือเล่นหนึ่ง แต่จู่ๆนายก็มีความรู้สึกว่านายเคยอ่าน แลรู้เรื่องราวในหนังสือได้ ทั้งๆที่นายไม่เคยอ่านมันเลย”

“แบบว่า คล้ายๆเห็นอนาคตไหม” ไตรถาม

“ไม่นะ ที่ฉันรู้สึกมันเหมือนเห็นอดีตมากกว่า เห็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว”

“นายคงมีสัมผัสที่หกมั้ง” ไตรพูดเชิงหยอก

“ไม่หรอก” วินถอนหายใจยาวๆครั้งหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มเหมือนเดิม “คงไม่มีอะไรหรอก ฉันคงเครียดมากไปหน่อย พอรู้ว่ากำลังทำผิดอะดีนาลีนเลยหลั่งมากไปหน่อย”

“แน่ใจนะ ว่าเป็นอะดีนาลีนที่หลั่ง เชื้อบ้ามากกว่าละมั้ง” อ้อมแขวะ

“ผมว่านะ…”แดนพูดตัดบทขึ้นมา “พวกนั้นเข้าไปนานแล้วนะครับ ผมว่าเราควรจะเข้าไปตามได้แล้วนะครับ”

“นั้นนะสิ แค่หาธง ก็ไม่น่าจะใช้เวลานานขนาดนั้น” ไตรพูดอย่างใช้ความคิด

“เอาอย่างนี้ไหม ฉันกับไตรจะเข้าไปตามหาพวกนั้น และบอกให้กลับออกมา ส่วนแดนกับอ้อมรออยู่ที่นี่ เผื่อมีใครออกมาแล้ว ถ้ามีใครออกมาระหว่างที่พวกเราอยู่ข้างใน ให้โทรเข้าไปบอกด้วยละกัน จะได้ไม่คลาดกัน”

“ตกลงเอาอย่างที่นายว่านะวิน” ไตรลุกขึ้น แล้วหยิบไฟฉายที่แดนยื่นให้ “ไปกัน”

“ระวังตัวด้วยนะ”

“อย่าห่วงน่าอ้อม ที่มันโรงเรียนนะ” ไตรบอกด้วยน้ำเสียงสบายๆ

ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงเรียน บรรยากาศรอบๆชวนให้วังเวง แม้จะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย

“เอาไงไตร จะแยกย้ายกันหรือเปล่า หรือว่าไปด้วยกัน”

“แยกกันดีกว่าไหม ฉันไปหาจุดที่แดนกับอ้อมซ่อนไว้ ส่วนนายไปตามจุดที่เราไปซ่อนไว้ จำได้นะ”

“อืม… เอางั้นก็ได้” วินรับไฟฉายอีกกระบอกมาจากไตร “ถ้านายครบแล้วโทรบอกด้วยนะ”

อ้อมนั่งรอกับแดนที่อยู่ที่ริมรั้ว เพียงครู่เดียวที่ไตรกับแดนเข้าไป นักเรียนกลุ่มใหญ่ก็ทยอยกันออกมา

“พวกเราหาธงไม่เจอเลย แน่ใจนะคะว่าซ่อนเอาไว้”

“หาไม่เจอเลยเหรอ พวกเธอไปถูกที่หรือเปล่า” อ้อมถามอย่างแปลกใจ พร้อมกับรับกระดาษคำใบ้มาจากคนที่ถาม

“ในนี้มันบอกให้ไปที่ห้องเก็บของในหอประชุม พวกเธอไปหาในนั้นรึเปล่า” แดนเงยหน้าขึ้นมาถามหลังจากที่อ่านกระดาษในมือของอ้อม

“ไปคะ แต่เราเจอแค่เศษผ้าไหม้ๆเนี่ย”

อ้อมรับเศษผ้ามาดู เมื่อใช้ไฟฉายส่อง ก็ยิ่งแน่ใจว่ามันคงธงที่พวกเขาซ่อนเอาไว้

“ไหน ทุกกลุ่มเลยหรือเปล่า” แดนรีบถาม เมื่อสำรวจเศษผ้าที่ไหม้เกรียม พวกเขาสองคนก็ยิ่งมั่นใจ ว่ามันคือธงที่พวกเขาซ่อนไว้ “แย่แล้ว” แดนหันมากระซิบกับอ้อม

“มีอะไรหรือเปล่าค่ะ”

“เปล่าหรอก แล้วออกมากันครบหรือยัง” อ้อมถามพร้อมๆกับมองสำรวจ

“ยังเหลือกลุ่มของภาค่ะ พวกเขาเดินเลี่ยงออกไป นึกว่าพวกเขากลับมาแล้ว”

“งั้นไม่เป็นไร เอาอย่างนี้นะ พวกเธอรีบแยกย้ายกันไปดีกว่า” แดนบอก แล้วหันมาทางอ้อมที่พยายามโทรติดต่อกับเพื่อนที่อยู่ข้างใน

“แล้วเรื่องชมรมละค่ะ”

“เอาไว้คุยวันหลัง วันนี้พวกเธอรีบกลับไปก่อนเถอะ”

กลุ่มนักเรียนยอมแยกย้ายไปโดยดี แดนจึงหันมาทางอ้อม และหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน

“ไม่มีสัญญาณเลย วันนี้ทำไมถึงไม่มีสัญญาณขึ้นมา” อ้อมบอก

“พี่โทรไปหาพี่วินหรือยังครับ”

“โทรแล้วแต่วินเข้าปิดเครื่อง สงสัยแบตหมด จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือเปล่า”

“พี่อ้อมอยู่ที่นี่นะครับ เดี่ยวผมจะตามเข้าไป ถ้าสิบนาทีผมไม่โทรกลับมา พี่รีบโทรตามครูอาจารย์ หรือใครก็ได้ให้มาช่วยนะครับ”

“นี่มันเรื่องอะไรกันนะแดน พี่สับสนไปหมดแล้ว ทำไมธงพวกนั้นก็โดนเผา”

“ผมว่า มีคนรู้ว่าพวกเราทำอะไรกันอยู่ นี่อาจเป็นคำเตือนของเขา”

“แล้วใครที่รู้ละแดน”

“เรื่องนั้นผมตอบไม่ได้ครับ ผมก็ไม่รู้อะไรไปมากกว่าพี่เลย ผมแค่เดาเท่านั้น เอาเป็นว่าพี่ทำตามอย่างที่ผมบอกแล้วกันนะครับ” แดนยิ้มให้กำลังใจอ้อม เมื่อเธอพยักหน้าแดนก็รีบวิ่งเหยาะเข้าไปในโรงเรียน ทิ้งอ้อมไว้หน้าโรงเรียนเพียงคนเดียว

วินเดินตามทางเดินที่คุ้นเคยเพื่อไปตามหาธงที่ซ่อนไว้ แต่แล้วความสับสนและมึนงงก็พุ่งขึ้นมาในหัว เหมือนมีอะไรบางอย่างพาเขาเดินขึ้นอาคาร ในความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น ในที่สุดเขาก็พาตัวเองมาที่ห้องสมุด ประตูที่เคยล็อกแน่นสนิทกลับเปิดเบาๆราวกับมีมือที่มองไม่เห็นผลักมันออก

“ฉันกลับมาแล้ว แกรอฉันอยู่ใช่ไหม” เสียงของวินก้องกังวานไปทั่วห้องสมุด น้ำเสียงของเขาฟังดูเศร้าเหมือนพลัดพรากจากสิ่งที่รัก “ฉันกลับมาหาแกแล้ว” เสียงนั้นออกมาจากปากของวินแต่เขาไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

ยิ่งเขาพูดเสียงดังเท่าไร เหล่าหนังสือในห้องยิ่งสั่นมาเท่านั้น เมื่อเขาพูดอีกครั้ง สายลมอ่อนๆที่เริ่มพัดเร็วขึ้นและแรงขึ้น ทั้งๆที่หน้าต่างปิดอยู่ แต่ลมในห้องพัดเหมือนอยู่ที่โล่ง เหล่าหนังสือนับร้อยนับพันก็ลอยขึ้นจากชั้นวาง มันหมุนขว้างไปรอบห้อง ราวกับเต้นระบำอย่างดีใจ

“ฉันกลับมาแกจะมีประโยชน์กับฉัน แกจะช่วยฉัน” วินตะโกนก้องอย่างดีใจ

สมุดปกแข็งเล่มสีฟ้าที่ลอยอยู่ท่ามกลางเหล่าหนังสือทั้งหลาย ค่อยๆลอยเข้ามาหาเขา วินเอื้อมมือไปรับ ทันทีที่สัมผัสกับปกหนังสือ ความทรงจำต่างๆและความรู้สึกต่างๆก็ถาโถมเข้ามาในตัวราวกับถูกไฟฟ้าดูด เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เหล่าหนังสือก็ล่วงหล่นลงสู่พื้น เมื่อลมหยุดพัด วินลูบปกสมุดอย่างรักใคร่ เขามองมันเหมือนมันเป็นเพื่อนแท้ของเขา

“ฉันกลับมาแล้ว”

ไตรเดินตามทางเดินเล็กๆ มุ่งตรงสู่ห้องน้ำที่เคยเอาธงไปซ่อนไว้ เขารู้สึกแปลกใจที่เดินมาตั้งนานและทั่วแล้ว ทำไมยังไม่เจอใครสักคน เมื่อมาถึงหน้าห้องน้ำ เขาวางไฟฉายไว้ที่อ่างล้างมือ แล้วเปิดก๊อกน้ำ ล้างมือก่อนที่จะมองเข้าไปในกระจก แต่มีใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังเขา เป็นเด็กชายคนหนึ่ง ที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

“ไกร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงลอยๆ “ไกรน้องพี่ใช่ไหม”

เด็กคนนั้นยิ้มให้ไตร เขาไม่พูดอะไร ได้เพียงแค่ยิ้มให้ไตร แต่เมื่อเขาหันหลังกลับไป กลับไม่พบใครเลยที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง ไกรวิทย์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“ไกร น้องเป็นยังไงบ้าง พี่คิดถึงรู้ไหม ที่บ้านก็คิดถึงเหมือนกัน”

“พี่ไตร กลับไป กลับไปเดี๋ยวนี้” ไกรวิทย์พูด แต่มือของเขากลับยื่นออกมาข้างหน้า ราวกับจะให้ไตรจับมือเขา

“ทำไมพี่ต้องกลับ พี่อยากจะไปอยู่กับน้องด้วย”

“เขาจะฆ่าพี่นะ พี่ต้องรีบกลับออกไป ผมจะไม่ให้พี่เป็นอย่างผม” แม้ไกรวิทย์จะพูดเหมือนให้ไตรกลับไป แต่กริยาของเขากลับตรงกันข้ามทุกอย่าง เหมือนไกรวิทย์พยายามชวนให้เขาเข้ามาใกล้ บางครั้งก็ยิ้มและกวักมือเรียกเขา

“กลับไปเถอะ ผมขอร้อง ผมไม่อย่างทำแบบนี้ กลับไปเถอะ”

“พี่จะไม่กลับไป พี่จะไปอยู่กับน้อง” ไตรตอบอย่างเลื่อนลอยคล้ายกับถูกมนต์สะกด

“กลับไป… กลับไป…”

แดนส่องไฟฉายไปตามอาคารต่างๆ เงาสะท้อนระหว่างแสงกับวัตถุเคลื่อนไหวเมื่อไฟฉายส่ายไปมาในมือของแดน เงาสะท้อนส่ายไหวเหมือนกับเต้นระบำ เขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงลานอิฐหน้าเสาธง
จู่ๆแดนหยุดเดิน เมื่อเขารู้สึกว่ามีใครกำลังเดินตาม เขาหันหลังกลับและใช้ไฟฉายไปด้านหลัง แสงจับต้องกับต้นไม้ทำให้เกิดเงายาวไปด้านหลัง ลมพัดเบาๆทำให้ใบไม้สองสามใบล่วงหล่นลงมา

“คิดไปเอง อย่าประสาทสิวะ”

“พี่แดน” แดนหันหลังกลับเมื่อได้ยินเสียงเรียก มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาทางเขา

“พี่แดนหรือเปล่า” หนึ่งในกลุ่มนั้นร้องถาม

“ใช่ แล้วพวกเธอเป็นไงบ้าง” แดนตอบรับและถามกลับไป

“ไม่เป็นไรค่ะ” อีกเสียงหนึ่งพูด

“แล้วทำไมถึงมัวโอ้เอ้กันอยู่ เขากลับบ้านไปกันหมดแล้วนะ” แดนพูดขึ้น สายตาสำรวจรุ่นน้องสี่คน

“พวกเราเจอแค่เศษผ้าไหม้เลย พยายามหาต่อค่ะ” หนึ่งในนั้นชูเศษผ้าให้ดู

“เรื่องนั้นช่างมัน เรารีบออกไปกันดีกว่า”แดนรีบพูด พลางมองไปรอบๆอย่างไม่ไว้ใจ

“เกิดอะไรขึ้นครับ” อีกคนถามอย่างสงสัย เมื่อน้ำเสียงของแดนฟังดูรีบร้อน

“เปล่า เดี๋ยว…” แดนเงียบ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แดนหันไปมองทั้งสี่ ก็ทำสีหน้าเช่นเดียวกับเขา

“พี่คนอื่นเขามาด้วยเหรอค่ะ”

“ใช่ แต่เสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงพวกเขาแน่ๆ” แดนบอกอย่างมั่นใจ เพราะเสียงที่ได้ยินมันเป็นเสียงของรองเท้าหนักๆ เดินบนคอนกรีต มันเป็นเสียงทุ้มๆต่ำๆ ไม่คุ้นหู ความมืดมิดกลืนกินแสงสว่างไปเมื่อดวงจันทร์ดวงโตซ่อนอยู่หลังเมฆ

เสียงอีกา และเสียงนกเค้าแมวดังขึ้น ทั้งสี่รีบหันหลังชนกันตามสัญชาตญาณ แล้วใช่ไฟฉายส่องไปรอบๆลานกว้าง เสียงอีการ้องอย่างโหยหวนราวกับมีใครทำให้มันเจ็บปวด ผสานกับเสียงของนกเค้าแมว ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเสียงแห่งลางร้าย เพราะบ้านไหนได้ยิน เชื่อว่าบ้านนั้นจะมีคนเสียชีวิต

“นกพวกนี้มันเป็นอะไรไปค่ะ ทำไมมันน่ากลัวจัง “

“ใจเย็นภา มันคงไม่มีอะไรหรอก” เพื่อนที่มาด้วยกันปลอบ

“เน็ก ป้อม พวกนายอยู่ใกล้ๆฉันไว้นะ”

“เตย เธอก็อีกคน ใจเย็นๆน่าพวกฉันไม่ทิ้งเธอหรอก”

“ไม่ต้องห่วงทั้งนั้น เราจะออกไปด้วยกัน” แดนบอก “รีบๆออกไปเถอะ ระวังตัวกันด้วย”

ทันที่ทีพูดจบ เงาดำที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า มันโฉบผ่านหน้าแดนไปอย่างฉิวเฉียด

“เฮ้ย…”

ฝูงอีกา และนกแสก ต่างพากันบินออกมาจากเงามืดของอาคาร มันพุ่งลงมาโจมตีกลุ่มนักเรียนทั้งห้าคนบนลานกว้าง ทั้งรุมจิกและใช้ขาข่วนไม่ยั้ง

ไตรกำลังเหม่อลอย เขาจ้องไปที่กระจกเงา และในที่สุด เอาก็ค่อยๆยืนมือไปที่กระจก เพื่อจะจับมือของไกรวิทย์ที่ยื่นมารอเขา กระจกกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น เหมือนเขากำลังจุ่มมือลงไปในอ่างน้ำที่นิ่งสนิท

“ไตร กลับมา” เสียงตะโกนอย่างเฉียบขาด ดังขึ้น ไตรสะดุ้งตื่น เขากระฉากมือกลับอย่างแรง จนกระจกทั้งบานแตกละเอียด เศษกระจกร่วงลงอ่างล้างมือและกระเด็นกระจายไปทั่วบริเวณ เงาของไกรวิทย์หายไป เหลือเพียงผนังปูนที่อยู่ตรงหน้าเขา

“วิน” ไตรพูด เมื่อหันกลับมา

“รีบกลับเถอะ ที่นี่มันอันตราย มันไม่ใช่ที่ของนาย” วินพูดด้วยน้ำเสียงหนักๆที่แปลกไปจากเดิม

“วิน เมื้อกี้ฉันเห็นเงาของไกร ไกรมาหาฉัน ฉันได้เจอเขา”

“มันไม่ใช่ไกรวิทย์ น้องชายนายตายไปแล้ว เงาที่เห็นอยู่ นั้นเป็นกลลวง”

“กลลวง” ไตรทวนคำ “กลลวงอะไร แล้วใครทำ”

“นายอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เวลาไม่มีแล้ว” วินพูดเสียงดังจนเกือบจะตะโกน

“เกิดอะไรขึ้น”

“รีบออกไปจากโรงเรียน” วินตัดบท และไม่ยอมตอบคำถาม

“ทำไม… นกพวกนี้… มัน.. ถึง..” เสียงของเน็กขาดๆหายๆเมื่อพยายามปัดป้องไม่ให้มันจิกที่ใบหน้า และลำตัว

“วิ่ง.. ต้องรีบวิ่ง..” แดนตะโกนแข่งกับเสียงนก แต่ทำได้ยากมากเมื่อฝูงนกต่างบินและรุมทึ้งจนไม่สามารถที่จะวิ่งไปให้ถูกทิศถูกทาง

มีเสียงบางอย่าง ลอยมาตามลมแม้มันจะเป็นเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันมาพร้อมกับคลื่นพลังบางอย่าง ที่ทำให้ทั้งห้าคนรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ฝูงนกต่างแตกตื่น และรีบบินหนีไป ราวกับมีอะไรบางอย่างทำให้มันกลัว ดวงจันทร์ค่อยๆลอยเลื่อนออกมาจากกลุ่มเมฆที่จางหายไป มันส่องสว่างสลัวๆไปทั่วลานกว้างอีกครั้ง

แดนหันหลังกลับไปทางทิศที่ได้ยินเสียงนั้น ก็พบกับคนสองคนกำลังเดินมาอย่างรีบร้อน

“เกิดอะไรขึ้นกับพวกนาย” ไตรถามคำถามแรกเมื่อมาถึง แม้จะเป็นยามกลางคืนไม่มีแสงไฟจากไฟฉาย ที่พังไปแล้วจากการใช้มันฟาดฟันกับฝูงนก แต่แสงจากดวงจันทร์ก็พอบอกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น

“อีกา มันรุมจิกพวกเรา” แดนตอบ “แต่มีบางอย่างไล่มันไป ผมรู้สึกได้ ทุกคนก็รู้สึกได้”

“ไม่เป็นไร อะไรจะไล่มันไปมันไม่สำคัญ” วินพูดด้วยน้ำที่แปลกไปจากตัวเขา “ที่สำคัญที่สุดคือพวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี้ มันไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”

“แล้ว..”

“อย่าเพิ่งถามเลยไตร รีบออกไปก่อนมันจะเลวร้ายไปกว่านี้” วินเลี่ยงที่จะตอบคำถามอีกครั้ง

“ได้” ไตรรับคำโดยดี

“งั้นตามฉันมา” วินพูดแล้วก้าวเดิน ทั้งหมดเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว

อ้อมเดินกลับไปกลับมาอย่างร้อนรน เธอคอยมองนาฬิกาสลับกับมองไปที่ประตูโรงเรียน สีหน้าเธอเหมือนพร้อมจะร้องไห้ เมื่อมีกลุ่มคนเดินออกมาจากโรงเรียน อ้อมเหมือนแทบจะกระโดดไปกอดพวกเขา

“พวกนาย ปลอดภัยใช่ไหม”

“ปลอดภัยดีน่า ไม่เป็นไรอ้อม” ไตรบอก แต่แทบจะถอนคำพูด เมื่อหันไปมองรุ่นน้อง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าทำให้เห็นถึงสภาพที่แท้จริง
อ้อมเกือบจะร้องออกมา แต่เธอฝืนกัดฟันไว้ได้ทัน

เสื้อผ้าของพวกเขาขาดวิ่นมีคราบเลือดสีแดงสด ที่แขนและใบหน้าบางส่วนมีแผลเป็นรอบขีดข่วนเต็มไปหมด บางแผลลึกจนเลือดไหลวิบออกมา

“เกิดอะไรขึ้น”

“อีกาครับพี่อ้อม มันไล่จิกพวกเรา”แดนตอบ พลางใช้ขอบเสื้อซับเลือดตามบาดแผล

วินเดินไปที่รถมอเตอร์ไซ เขาหยิบขวดน้ำมาจากตะกร้าหน้ารถสองสามขวด แล้วกำคอขวดไว้แน่นพร้อมพึมพำบางอย่าง ทำอย่างนี้กับทุกขวด แล้วเดินกลับมายื่นให้แดนกับคนอื่นๆ

“ใช้น้ำนี้ล้างแผล ทุกคนเลย ใครมีแผลตรงไหนล้างให้หมด” วินหันกลับมาหาไตร “นายด้วยไตร”

“ฉันด้วยเหรอ ฉันไม่ได้โดน..” เมื่อสำรวจตัวเองดีๆไตรก็พบแผลที่ข้อมือ เหมือนโดนกระจกบาด เลือดยังคงซึมออกจากจากแผล “ทำไมฉันไม่รู้สึกเจ็บเลยละ”

วินดึงมือของไตรมา แล้วเทน้ำล้างแผลให้เขา

“ขอบใจ” ไตรพูด “แล้วนายทำไมถึงรู้”

“ไม่มีอะไรหรอก วิธีปฐมพยาบาลขั้นแรกถ้ามีแผลก็ล้างด้วยน้ำสะอาดไม่ใช่รึไง” วินพูดเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่ใช่เรื่องนั้น นายรู้ว่าฉันอยู่ที่ห้องน้ำ แล้วนายก็รู้ว่าพวกแดนอยู่ที่ลานหน้าเสาธง” ไตรพูดเหนื่อยๆ

“มันไม่อยากเลยนะ เรื่องนั้น แค่เดาว่านายอยู่ที่ไหนเท่านั้น” วินตอบ

“เดางั้นเหรอ แต่ฉันรู้สึกว่านายแปลกๆนะ” ไตรพูด แดนและอ้อมก็หันไปทางวิน

“ไม่มีอะไรแปลก ฉันไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามพวกนาย พวกเราต่างหากที่ต้องตอบคำถาม ส่วนคนถามมาโน่นแล้ว” เขาพยักหน้าไปถนนด้านหลังไตร

ทั้งหมดไปตาม รถยนต์สีขาวคันหนึ่งวิ่งมาบนถนนลาดยาง รถคันนั้นเปิดไฟสูงจนพวกเขาต้องหรี่ตาเพื่อสู้แสง รถค่อยๆวิ่งมาจอดใกล้ๆพวกเขา เมื่อคนขับเดินลงจากรถ ทั้งหมดก็รีบยกมือไหว้

“อาจารย์นฤนาถ”

“คิดไว้ไม่ผิดเลย”

ทั้งหมดมีสีหน้าอึกๆอักๆ อาจารย์นฤนาถยืนมองพวกเขาด้วยสายที่ทำให้วัวดุยังต้องหยุด


1,984 total views, 5 views today

เรื่องราวที่มีเนื้อหา ใกล้เคียงกัน (Related Posts)